วางแผนการเงิน เพื่อส่งลูกเรียนอินเตอร์ฯ คุ้มไหม?
ความรู้การเงิน และการลงทุน308
วางแผนการเงิน เพื่อส่งลูกเรียนอินเตอร์ฯ คุ้มไหม?
เป็นเรื่องปกติเวลาที่เราเดินผ่านร้านค้า บางร้านมีสินค้าให้เห็นตัวเป็นๆ บางร้านท่านสามารถจับ-สัมผัสสินค้า หรือ ลองสินค้าได้ สินค้าบางอย่างซื้อเพื่อใช้งานและคุณก็ได้ผลลัพธ์ในทันที แต่บางอย่างเมื่อคุณซื้อแล้ว อาจต้องใช้เวลา เพื่อที่จะได้ผลลัพธ์ในอนาคต ช้าหรือเร็วบอกไม่ได้ อย่างเช่น “ค่าเทอมโรงเรียนที่พ่อแม่ส่งเสียให้ลูก”
การลงทุนในเรื่องของการศึกษาแก่ลูกถือเป็นความฝันสูงสุดของพ่อแม่ ต้องเล่าว่าก่อนที่จะเขียนบทความนี้
“ผมมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งทำงานเป็นนายช่างรับเหมาในจังหวัดเชียงใหม่ เน้นรับเฉพาะงานเล็กๆ แต่อาศัยจำนวนงานมากกว่า มีความขยันรับผิดชอบต่องานดีมาก และเป็นคนที่ประหยัด เลิกงานเสร็จก็ไลฟ์สดขายของออนไลน์กับภรรยาอีก โดยมีเป้าหมายคือ “เก็บเงินเพื่อเป็นค่าเทอมให้ลูกเรียนสถาบันการศึกษาระดับอินเตอร์ฯ”
ตอนที่รู้ว่าเพื่อนสามารถส่งลูกเรียนได้ในสถาบันระดับขนาดนี้ก็รู้สึกทึ่ง “เพราะก่อนหน้านี้เพื่อนไม่ได้บอกว่าลูกเรียนที่ไหน แต่คือรู้ตอนที่ผมไปเที่ยวเชียงใหม่แล้วว่าจะหาร้านกาแฟดื่มในระหว่างทางที่เพื่อนไปส่งลูกเรียน
เพื่อนไปแวะจอดรถส่งลูกที่โรงเรียนระดับอินเตอร์ฯ” เห็นดังนั้น ผมจึงมีความชื่นชมเพื่อนคนนี้ในความสามารถของเขาที่รายได้ไม่เยอะ แต่มีวินัยที่เข้มงวดจนสามารถส่งลูกเรียนอินเตอร์ได้ (ไม่ได้ดูถูกเพื่อนนะแต่เขาเล่าอย่างนี้จริง) จึงได้ถามเพื่อนคนนี้ว่าเป็น “เป็นอย่างไร ส่งลูกเรียนโรงเรียนระดับนี้..คุ้มไหม"
ในกรณีของ เพื่อนผมคนนี้ ที่มีเป้าหมายให้ลูกมีการศึกษาเพื่ออนาคตที่ดี ต้องพิจารณา 4 อย่าง คือ
-
การส่งลูกเรียนอินเตอร์ช่วงประถม “คุ้มไหม” กับ ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้
-
หากคิดแล้วคือ “คุ้ม” จะบริหารเงินยังไงถึงจะพอส่งลูกเรียน
-
ถ้าสรุปว่า “ไม่สามารถบริหารเงินได้เพียงพอ” มีทางเลือกอื่นที่น่าสนใจหรือไม่
-
ถ้าเลือก “ทางเลือกอื่น” จะบริหารจัดการเงินอย่างไร
การส่งลูกเรียนอินเตอร์ช่วงประถม “คุ้มไหม” กับ ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้
การตัดสินใจที่ดี ไม่ใช่แค่มองว่า "ทำอย่างนี้คุ้มไหมกับสิ่งที่เราต้องเสียสละเพื่ออนาคตที่ดีของลูก ไม่ว่าจะเป็นเงินที่ต้องจ่ายเพิ่ม เวลาทำงานหาเงินที่มากขึ้น หรือ การที่ต้องทำอาชีพเสริม แต่หากมองถึง ประโยชน์ที่ได้ต่อลูก
คือ การศึกษาที่ดี สังคมที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดี และโอกาสที่ลูกจะเป็นคนมากความรู้ความสามารถ จนประสบความสำเร็จต่ออาชีพเขาในอนาคต ซึ่งสิ่งที่เพื่อนผมคนนี้คิดและเล่าให้ผมฟังคือ “คุ้ม”
หากลองเทียบกับผู้ที่มีอาชีพเป็นนายหน้าประกันภัย
ตัวอย่าง เช่น การอ่านหนังสือ ฟัง Podcast หรือการเข้าฟังสัมมนา เพื่อพัฒนาทักษาการขาย คุ้มไหม กับ เงินและเวลาที่เราเสียในการซื้อหนังสือ หรือเข้าร่วมสัมมนา กับ สิ่งที่เราคาดว่าจะได้ เช่น ความรู้ ความสนุก การนำทักษะความรู้ไปปรับใช้ ฯลฯ หากพิจารณาแล้ว “คุ้ม” เราก็ตัดสินใจซื้อหนังสือหรือ คอร์สสัมมนา
เรามาดูสิ่งที่เราต้องทำเพิ่มสำหรับการส่งลูกเรียนอินเตอร์ ซึ่งหลักๆก็คือ “ค่าเล่าเรียน” คุ้มมั๊ย? กับการที่เราต้องจ่ายค่าเล่าเรียนเพิ่ม
เรามาลองพิจารณา 2 ทางเลือกที่ใกล้เคียงกัน คือ โรงเรียนนานาชาติ กับ โครงการภาคภาษาอังกฤษ โรงเรียนเอกชน ว่าค่าเล่าเรียนต่างกันมากน้อยแค่ไหน
ค่าเล่าเรียนระดับมัธยมโรงเรียนอินเตอร์
- โรงเรียนมัธยมนานาชาติทั่วไป : (หลักสูตร English Program) ประมาณ 300,000 ‒ 700,000 บาท/ปี
- โรงเรียนชั้นนำ (Premium) หรือโรงเรียนที่มีชื่อเสียง /หลักสูตรพิเศษ (เช่น English Program, Bilingual/IGCSE) อัตราจะสูงกว่านั้นมาก: ประมาณ 700,000 - 1,200,000+ บาท/ปี
ค่าเล่าเรียนระดับมัธยมโรงเรียนเอกชน โครงการภาคภาษาอังกฤษ (English program : EP)
- หลักสูตร EP มัธยม ระดับกลาง: ประมาณ 35,000 ‒ 70,000 บาท/ภาคเรียน หรือ 70,000 – 140,000 บาท/ปี
- ส่วนโรงเรียน EP ที่มีชื่อเสียงอาจสูงไปถึง 80,000 - 120,000+ บาท/ภาคเรียน หรือ 160,000 – 240,000 บาท/ปี
ถ้ารวมค่าใช้จ่ายพิเศษ (เช่น อุปกรณ์ ห้องเรียนพิเศษ กิจกรรมนอกหลักสูตร ค่ารถรับ-ส่ง ฯลฯ) ก็อาจบวกเพิ่มอีกเป็นหลักหมื่น จนทำให้ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีสูงขึ้นมาก
จะเห็นว่า ค่าเล่าเรียนโรงเรียนมัธยมนานาชาติสูงกว่าโครงการภาคภาษาอังกฤษของโรงเรียนเอกชนประมาณ
4-5 เท่า ค่าหลักสูตรการศึกษาที่เราต้องจ่ายเพิ่มนี้ “คุ้มไหม” กับสิ่งที่คาดว่าจะได้จากการส่งลูกเรียนอินเตอร์
แต่ค่าเล่าเรียนไม่ได้อยู่ราคานี้ไปตลอด มีการปรับเพิ่มขึ้นทุกปี โดยทั่วไป โรงเรียนนานาชาติในไทย มักจะขึ้นค่าเล่าเรียนอยู่ที่ ประมาณ 3-8% ต่อปี ยิ่งถ้าเป็นโรงเรียนชั้นนำ มีสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะ ต้นทุนสูง (ค่าจ้างครูต่างชาติ หนังสือ-อุปกรณ์ ฯลฯ) อาจขึ้นเกิน 6% ได้ — บางแห่งอาจขึ้น 6-8% หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับต้นทุน
ยิ่งถ้าเป็นโรงเรียนในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ อัตราการเพิ่มค่าเล่าเรียนอาจสูงกว่าที่โรงเรียนในหัวเมืองรอง เพราะต้นทุนแรงงาน อาคาร ที่ดิน ฯลฯ สูงกว่า
ส่วนโครงการภาคภาษาอังกฤษของโรงเรียนเอกชน อัตราการเพิ่มค่าเล่าเรียนอยู่ที่ประมาณ 2%/ปี
ต่ำกว่าโรงเรียนอินเตอร์เยอะ
ถ้าคำตอบคือ “คุ้ม” ที่จะส่งลูกเรียนอินเตอร์ จะบริหารเงินยังไงถึงจะพอส่งลูกเรียน
ระดับมัธยมศึกษาในโรงเรียนอินเตอร์โดยทั่วไปจะใช้เวลา 6 ปี สมมติเราเลือกโรงเรียนมัธยมนานาชาติทั่วไป
ค่าใช้จ่ายประมาณ 500,000 บาท/ปี อัตราการเพิ่มค่าเล่าเรียนอยู่ที่ 5%/ปี
รวมปีที่ 1 จนจบการศึกษาปีที่ 6 ก็จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,400,956 บาท +-
นี้ยังไม่รวมค่าอาหาร และค่าเดินทางไปรับ-ส่ง ลูกนะครับ
นอกจากทำงานหนักหาเงินตัวเป็นเกลียวน็อตสกรู และมีวินัยทางการเงินสุดๆ
มีแนวทางหนึ่งคือบริหารเงินอย่างไรให้ได้ผลตอบแทนที่ 5%/ปี อย่างอื่นไหม?
ระยะเวลา 6 ปีถือว่ายาวพอสมควร ควรเลือกสินทรัพย์กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตร กองทุนตราสารหนี้ และอาจเพิ่มกองทุน REITs หรือหุ้นปันผลเล็กน้อย เพื่อดันผลตอบแทนให้ใกล้ 5%/ปี
ตัวอย่าง การจัดพอร์ตแบบเสี่ยงต่ำ-กลาง เพื่อเป้าหมาย 5% ต่อปี ประกอบด้วย
- พันธบัตรรัฐบาล / ตราสารหนี้คุณภาพสูง 60% ผลตอบแทนประมาณ 2–3% ต่อปี
- กองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ / ตราสารหนี้เอกชนเกรดลงทุน 20% ผลตอบแทนประมาณ 3–% ต่อปี
- กองทุนผสม/กองทุนหุ้นปันผลใหญ่ (Defensive Equity) 20% ผลตอบแทนเฉลี่ยที่คาดประมาณ 5% ต่อปี
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้คือการประเมินไม่ได้การการันตีผลตอบแทน และการลงทุนมีความเสี่ยง
ผลตอบแทนอาจไม่ได้ตามที่คาด และอาจขาดทุนได้ หรืออีกทางเลือกคือ “ออมผ่านประกันแบบสะสมทรัพย์” หรือ เงินออมการศึกษา ซึ่งต้องศึกษาข้อมูลของแต่ละแบบประกัน
สำหรับท่านใดที่อยากเริ่มลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการศึกษาลูก ทาง 724 Wealth สามารถให้คำปรึกษาและมีช่องทางการบริการให้เราช่วยอำนวยความสะดวกได้ที่ Line ID : @724Wealth ได้ที่ https://lin.ee/N1IQLH5
หรือสามารถสอบถามรายละเอียดแบบประกันสะสมทรัพย์เพื่อการศึกษาลูกของคุณได้ที่Line: @SrikrungLife
บทความนี้อ้างอิงจาก : อยากส่งลูกเรียนอินเตอร์ วางแผนอย่างไร โดย สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Thai Financial Planners Association